การขึ้นลิฟท์ในสิงค์โปร์

posted on 05 Jan 2011 13:12 by ringrangrung  in Singapore

แฮปปี้นิวเยียร์ วี่ฮิ้วววว

หมายความว่าแฮปปี้จริงๆ ฮ่าๆๆ ฮิ๊ๆ เทอมที่แล้วฉันไม่ได้บันทึกอะไรเลยย เป็นเทอมที่บ้าคลั่งมากเกินบรรยาย (เลยไม่ได้บันทึกอะไรเลยไง) คิดตัดใจเลิกเขียนไปแล้วนะเนี่ยย แต่อยู่ๆก็เกิดแรงบันดาลใจ ในการกลับมาเขียนนน และเขียนบ่อยๆด้วย =P ทุกวันยิ่งดี แต่ทุกอาทิตย์พอ ไม่รู้แฮะ แล้วแต่อารมณ์ วันนี้บอกอย่างงี้ พรุ่งนี้อาจลืมก็ได้ 555 ก็ตอนนี้ยังปิดเทอมอยู่นี่ แต่พรุ่งนี้ก็เปืดเทอมแล้ววว ว้ายยยย

เขียนอะไร สั้นๆ ง่ายๆ คล้ายๆกับอัพเดทในfacebook พยายามเกรียนให้น้อยลง (ต้องใช้คพยายามนะเออ แต่ยังไงก็คงไม่มีใครสนหรอกก ชิมิ :D)

เพราะทุกวันในชีวิตก็มีสีสัน เขียนเล่นๆก็สนุกดี รู้สึกเหมือนชีวิตต่างประเทศน่าตื่นเต้นหน่อยยสิ ฮ่าๆๆๆๆ ป๊าววว ไม่มีอะไร แค่มีเรื่องขำนิดหน่อยย แต่ก็ไม่ได้ตลกอะไรหรอก

จะมาshareเรื่องเกี่ยวกับคนสิงค์โปร์ 555555 เกี่ยวกับการขึ้นลิฟท์

คนสิงค์โปร์ จะทำอะไรว่องไว มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ตัดสินใจอะไรได้เอง เวลาขึ้นลิฟท์ก็เช่นกัน เมื่อลิฟท์มา เขาจะเข้าไปในลิฟท์และกดปุ่มปิดลิฟท์ทันที (รีบหรอ?) ไม่ค่อยมีใครช่วยกดลิฟท์ให้ อยากขึ้นชั้นไหนกดเอง ไม่ต้องบเสียเวลาอ้าปากและออกเสียง  

ฉันมีประสบการณ์ วันหนึ่งคุณยายจีนๆ พูด ‘kuai dianๆ’ แปลว่าเรเร๊วววววว ฉันก็วิ่งก้นแจ้นค่ะ ไปถึงหน้าลิฟท์ ยายแกปิดเกือบจะโดนหน้าตูอยู่ละ

ตอนไปดูหนังกะยูนิฟกรีนที(เพื่อนบ้าน ข้างห้อง 55) หนังจะฉายอยู่ละ แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่เจ๊แกอยากจะซื้อขนมเข้าไปกินในโรงหนัง ก็ยังวิ่งลงบันไดเลื่อนไปซื้อขนม ตอนขึ้นต้องใช้ลิฟท์ละ เดี๋ยวหนังจะเริ่มแล้ว พอเราเข้าไนลิฟท์ปุ๊บ ก็กดชั้นบนสุด และกดปุ่มปิดลิฟท์ทันที ได้ยินเสียงโวยวายจากข้างนอก แต่เราก็หัวเราะด้วยความสะใจ ฮ่าๆ

ทีนี้ ฉันชัดเริ่มติดใจการขึ้นลิฟท์แบบนี้ละ เมื่อกี๊นี้ขึ้นลิฟท์จะขึ้นบ้าน เข้าไปในลิฟท์ได้ปุ๊บกดปิดทันที แต่ไม่ทันละ มีคนกดขึ้นด้วยยย เธอคนนั้นวิ่งเข้ามาในลิฟท์ ยิ้มๆ แล้วพูดว่า thank youuuu ฉันก็ยิ้มแทนหัวเราะ แต่รู้สึกจะไม่ไหว หันไปข้างหลัง จะยิ้มกว้างขึ้น แล้วก็ตกใจ เพราะเห็นหน้าตัวเองกะหน้าเธอ เพราะมันเป็นกระจกเงา แถมได้ยินเสียงเธอหัวเราะและก็พูดภาษาอะไรไม่รู้ในโทรศัพท์

 

นี่คือตัวอย่างแรกของสีสันในชีวิต 555 คิดว่าจะไม่อะไรอีกเพียบบบ  

ปล -แขนใหญ่

    -ตั้งใจจะเขียนarticleของชมรมแม็กกาซีนให้เสร็จหนึ่งชิ้นภายในวันนี้ อีกarticle เสร็จภายในอาทิตย์นี้ละกัน :D

   - ตั้งใจจะอ่านpowerpoint slides ให้จบอีกอย่างน้อยหนึ่งวิชา

  - หนูจะตั้งใจเรียน ขยัน มีความสุขกะชีวิจ จริงจัง แต่ไม่เครียดค่า แม้สถานการณ์เป็นอย่างไร และจะไม่เครียดด้วยที่ตัวเองไม่เครียดดดดด ไม่กลัวว่าจะเครียดด  เพราะว่า…

 

 

  ‎"For I know the plans I have for you," says the LORD. "They are plans for good and not for disaster, to give you a future and a hope." (Jeremiah 29:11) 

 

หวังว่าจะได้มาอัพเดทอะไรอีก ในเร็วๆนี้ :D รอลุ้นว่าเทอมใหม่นี้จะเป็นอย่างไรบ้างง

edit @ 5 Jan 2011 13:20:59 by Rainboww

ขณะกำลังอาบน้ำที่บ้านที่แท้จริงของฉัน หลังจากเล่น facebook เป็นเวลา3ชั่วโมงกว่า  อยู่ดีๆก็เกิด inspiration ในการอัพบล็อค จึงรีบเปิดแลปท็อปแล้วเริ่มพิมพ์ก่อนที่แรงบันดาลใจหาย และขี้เกียจ  

 

 ขณะนี้เวลา 1:22AM ของไทย(เริ่มง่วงแล้วสิ) จะมาเล่าทบทวนเกี่ยวกับชีวิตของฉันที่สิงคโปร์ช่วงเวลาห้าเดือนที่ผ่านมา มีหลายอย่างที่น่าประทับใจมาก และก็ฝึกการใช้ภาษาไปด้วยในตัว ต๊ายยยยยยย ที่ผ่านมาฉันเขียนบ้าอะไรของฉัน ขนาดภาษาไทยนะเนี่ย ไวยกรณ์ยังบ้าคลั่งได้ขนาดนี้ รวมถึงการใช้สำนวนแปลกๆ ด้วย ซึ่งยังคงใช้ต่อไป สาเหตุ

 

สาเหตุคืออะไรนะ ฉันก็ยังงงงวย หื๊มมมมมม น่ะคะ

 

โอเช เริ่มมมม

 

เทอมสองเป็นเทอมที่ฉันเรียนอย่างมีความสุขมาก และมากเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับเทอมแรก เพราะฉันรีบปั่นงานแต่ต้น ไม่ทิ้งให้ไฟลนก้นเหมือนอย่างเทอมก่อน และฉันก็เข้าใจวิธีการเรียน การทำassignmentมากขึ้น   แต่ที่สำคัญที่สุด พระเจ้าช่วยฉัน พระองค์อยู่ด้วยเสมอ

ฉันมีทุกอย่างอยู่ในห้องเล็กๆที่อยู่ มีพระเจ้า มีของกิน มีน้ำดื่ม มีเพื่อนๆ และครอบครัว(ออนไลน์สิเธอ) มีเตียงนอน เพียงกดปุ่มรีโมต ก็จะสัมผัสอากาศสดชื่นดั่ง………..ดอยตุง ==’  มีเครื่องนุ่มห่ม ยาสามัญประจำบ้าน

ใช่ ฉันมีทุกอย่างอยู่ในห้อง แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันยังขาดอยู่ก็คือ .. ห้องน้ำ!  การผ่อนคลายของฉัน นอกจากfacebook และเกรียนเพื่อนเล่นๆอยู่แต่ในห้อง(น่ะน้องรุ่ง) ก็คือการเดินออกไปห้องน้ำ เพื่ออาบน้ำ 9ล9 ทุกคนในบ้านจึงมองแล้วส่ายหน้าในใจให้กับเด็กหญิงไทยอายุ17ผู้ถือตระกร้าผ้าย่องไปมาระหว่างห้องน้ำและห้องนอน บางทีก็แอบเด็ดกล้วยมากิน

 

กลับมาสู่หมวดการเรียนต่อดีกว่า..

ฉันพบว่าสามวิชาที่เรียนในเทอมแรก ได้แก่ editing desktop publisher, marketing และก็ business communication สามารถนำมาใช้ได้กับassignmentวิชา introduction to masscomm.

งานชิ้นแรก ให้ศึกษาเกี่ยวกับโรงแรมใดก็ได้ในสิงค์โปร์ โดยค้นคว้าผ่านmediaต่างๆ รวมถึงต้องไปสัมภาษณ์โรงแรมนั้นด้วยตัวเอง แล้วนำมาเขียนเป็นบทความ สมมติว่าลงlife style magazine ฉันก็ถูกคอมเมนท์อย่างหนักเรื่องการใช้ภาษา ประมาณแบบ นี่เธอเขียนบทความนะยะ ไม่ใช่นิยาย ทำให้ฉันสบสนในตัวเองอยู่ชั่วขณะหนึ่งว่า นี่ฉันเลือกเรียนถูกสายปะวะ สงสัยต้องไปเรียน วรรณกรรมเยาวชน ของ มศว แล้วมั้งงง ฮ่าๆๆ

 

งานชิ้นที่สอง โตกว่า คิดหนักกว่า จนผมร่วงเป็นกองๆ ต้องกวาดห้องทุกสี่ถึงห้าชั่วโมง

 

งานนี้ ให้เขียนเสนอแผนในการโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวใดก็ได้ในสิงค์โปร์ โดยจะใช้strategiesใดก็ได้  ต้องบอกสาเหตุด้วย และคำนวณค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้

จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้อะไรซับซ้อนขนาดนั้น แต่ฉันน่ะคิดมากเอง คิดเป็นจริงเป็นจัง โทรคุยกะเพื่อน ฉันคิดมากไปแน่ๆ เขาก็บอก yes, you do ==’

โทษโจทย์ดีกว่า โจทย์มันทำให้งง โจทย์เวอร์ ฉันก็เลยคิดเวอร์ตาม แต่ฉันก็รู้สึกว่า งานชิ้นนี้เป็นงานที่ภูมิใจที่สุด เพราะใช้ความสร้างสรรค์ล้วนๆ :]

เลือกattraction ที่ยังไม่ดัง และช่วยให้มันดังขึ้นน ฉันก็เลือก Tree Top Walk ของ Mac Ritchie และฉันก็ไปที่นั่นจริงๆด้วย เพื่อให้ได้สัมผัสด้วยตนเอง และสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน

(ภาพค้นจากgoogle เน็ตช้ามาก ยังโหลดที่ตัวเองถ่ายมิได้)

 

เป็นงานที่เรียกได้ว่า เมื่อยตีนและเหม็นมาก เนื่องจากหลงตั้งแต่หาป้ายรถเมล์จากcampusที่ใหม่ไม่เจอ ลงเลยป้าย แล้วต้องเป็นลงเนินกลับมา ฝนตกหนัก และ ระยะทางเดินจากMacRitchie ไป Tree Top Walk  4.5 km ><  และเดินกลับทางเดิมด้วย เนื่องจากเป็นทางที่ใกล้ที่สุด มีเรื่องแบบโลกแห่งความประหลาดเกิดขึ้นคือ ขณะเดินๆกลับอยู่ ก็โผล่ออกมาถนน ==’ หาทางกลับ park ไม่ได้ ไม่มีเค้าโครงเดิมของทางเข้า ฉันจึงเดินงงๆ ไปที่ป้ายรถบัส แล้วนั่งเพียงครึ่งชั่วโมงถึงบ้าน หลังจากได้เดินป่าเป็นเวลา 5 ชั่วโมง O_O

 

[บันทึกต่อ เย็นวันถัดมา.. เวลา18นาฬิกา]

 

ฉันใช้ positioning strategy(การวางภาพทางการตลาด) เป็นหลักเลย positionเป็นสถานที่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวสัมผัสได้ถึงวันแรกที่เกาะSingapuraถูกค้นพบ เป็นสถานที่พักผ่อนย่อนใจ และเป็นที่ผจญภัยพร้อมกับศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่า

Imageดังกล่าว จะทำให้เป็นที่คุ้นเคย ได้จากการโฆษณาเกี่ยวกับeventที่จะจัดที่MacRitchieในปีใหม่ที่จะถึงนี้ สาเหตุที่เลือกจัดช่วงปีใหม่ เพราะนักท่องเที่ยวจากต่างชาติมาสิงค์โปร์เยอะในช่วงวันหยุด

Concept of the advertisement ก็คือ “Let nature give you a fresh start” (credit การเลือกใช้ถ้อยคำ+editer  ให้แก่LonelyFairy  mix Thai&Singaporean 55) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวชุ้มช่ำสดชื่นกับการเริ่มต้นใหม่ในปีใหม่ อีกทั้งสะท้อนถึงนัยแฝงของการre-positioning ของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้

กิจกรรมในงาน มีช่วงเช้าคือ เดินชิว ศึกษาป่า โดยมีวิทยากรบรรยาย ช่วงบ่ายกิจกรรมผจญภัยแบบ amazing race

 

 

ที่นี้มาดูแผนการโฆษณาคร่าวๆ

แน่นอน website facebook twitter ต้องพร้อมเป็นอันดับต้น เพื่อกระจายข่าวเรื่องงานที่จะเกิดขึ้น

 สื่อต่อๆมาก็เป็น โปสเตอร์ขนาดโตเวอร์ๆ ดึงดูดด้วยดีไซน์ตามคอนเซปของาน ใบปลิวที่แจกคู่กับโปสการ์ด เป็นเวลา1 สัปดาห์ สื่อต่อมาคือ โฆษณาทีวี เป็นกระสุนสุดท้าย สามวันก่อนงานจะเริ่มขึ้น

ฉากแรกของโฆษณาเป็นภาพของสิงค์โปร์ในปัจจุบัน ที่แบบเจริญและไฮเทคมาก เมืองแห่งธุรกิจ การแข่งขันสูง และก็ให้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวดังๆในสิงค์โปร์ด้วย(แอบเสียดสีเล็กๆ ฮ่าๆ) แล้วก็ย้อนหนัง (จินตนาการรถขับถอยหลัง ตึกค่อยๆหาย) จนถึงภาพเกาะสิงค์โปร์แต่ก่อน ที่มีแต่ป่าไม้

ฉากต่อมา เป็นภาพคนเริ่มวิ่งที่ MacRitchie และตัดภาพมาเป็น ส่วนต่างๆของMacRitchie และก็พวกลิงๆ  ฉากสุดท้ายคือ The Tree Top Walk แล้วค่อยซูมออก จะพบว่าMacRitchieเป็นส่วนหนึ่งในสิงค์โปร์ที่ยังเขียวชอุ่มเหมือนวันแรกที่สิงค์โปร์ถูกค้นพบ

ตามด้วยข้อความ

“Let nature give you a fresh start”  

“The Tree Top Walk”

“MacRitchie”

“1 January 2011 – 2 January 2011”  

 

 

แล้วหลังจากeventจบลง ยังใช้นิตยสารท่องเที่ยว เป็นสื่อ เพื่อบันทึกเกี่ยวกับงานไว้ในความทรงจำของนักท่องเที่ยวตลอดไป อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการinspire บางคนที่ไม่เคยไป ให้ลองสัมผัสด้วยตนเองซักครั้งง

 

จบ! นั่งพิมพ์จนเมื่อยก้นแหนะ

 

อ้อ output ตัวหนึ่งที่ทำออกมาคือ postcard หน้าตาธรรมด๊าๆ

070910-175906.jpg picture by xxrainbowwxx

 

 

ในที่สุด assignments ทุกตัวก็เสร็จหมด ความคิดพลุ่งกระชูด และเสร็จเร็วกว่าคาดเยอะ ทำให้รู้เลยว่า โดยฉันลำพังเองทำไม่ได้ แต่พระเจ้าช่วยฉันจริงๆ  ดูธรรมชาติป่าไม้และลิงบุคลิกประหลาดๆ พระองค์creativeและสติปัญญาล้ำเลิศ พระเจ้าก็ช่วยงานฉันให้มีสีสันได้เช่นกัน ฉันมีความสุขที่รู้ว่า ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงเลย

 

ฉันเชื่อว่าชีวิตปีที่สองในcampusที่ใหม่ จะสนุกยิ่งกว่าเดิม งานเพียบบบบบ และยากขึ้น มีสอบด้วยยย ว้ายยย เป็นสิ่งที่น่าท้าทาย แต่ไม่ลืม :]

  "This is impossible for human beings but not for God: everything is possible for God." Mark 10:27

 

เพลงมาฝากนะเคอะ Nothing is impossible โดย Planetshakers  อันนี้เวอร์ชั่น City Harvest 

 

edit @ 27 Sep 2010 20:55:05 by Rainboww

เฮ้ ไม่ได้บันทึกมานาน ฉันเริ่มมีความคิดว่าจะกลับมาเขียนเป็นประจำเพื่อลดความฟุ้งซ่านในบางขณะ และกลับสู่เส้นทางของชีวิต –‘ (ภาษาฉันเวอร์จริงง)

บันทึกค่ำคืนนี้ ตามชื่อเรื่อง โผล่หัวออกจากอุโมงค์ด่วนฉันขอเสนออ ….. ทาดา!!!

ภาพ.

 

(เอ๊ะ แค่นี้รึ? ทาดาเพื่ออ)

 

แฮ่มมม ฉันเดินทางไปรรและกลับบ้านทางใต้ดินมาเป็นเวลา สามเดือน และวันหนึ่งก็ลองเดินจากรรไป dhoby ghaut mrt ดู พบว่า เพียงก้าวขาท่อนซุงไปหลังรรซัก5นาทีก็จะพบสวรรค์! โอววว เพิ่งรู้สวรรค์อยู่หลังรรแท้ๆ  

และแล้วก็เกิดวามคิดว่า ฉันจะนั่งรถเมล์กลับบ้าน แทน mrt เพื่ออจะได้เห็นทัศนียภาพ J

และจะพกกล้องไปทุกวันเยยยยยย >< อีกปีกะสามเดือนที่เหลืออนะนนะนะนะนะนะ

สำหรับวันนี้ จะนำเสนอ ภาพแขกๆ ฮ่าๆๆ เย็นนี้ก่อนไปบ้านเพื่อนที่ hougang แวะ littleindia ซักนิดด ลงจากbusก็ตกใจ

060810-185707.jpg

 

060810-185646.jpg

 

060810-185828.jpg

 

060810-185810.jpg

060810-185731.jpg

060810-190411.jpg 

 

 

ฉันอยู่ประเทศสิงโปร์หรือเนี่ยยย เดินไปทางก็มีแต่ แ ข กแต่ก็ชอบนะ traditonalดี แบบแขกๆน่ะ คิดถึงตอนไปเที่ยวกับครอบครัวที่ฮ่องกงเลยยไม่รู้ทำไมโรงแรมที่เราไปพัก แขกมากก หมอนนี้แบบ โอวววว เกินบรรยาย แอปเปิ้ลตกแขก(แอปเปิ้ลร่วงจากมือลงที่นอนกลิ่นแขกๆที่โรงแรมนั้น)

 

ต่อมาเป็นภาพหรูๆมั่งง แต่ก็ งั้นๆแหละ ช่วงนี้ชอบอะไรที่เป็นธรรมชาติๆมากกว่า

ถ่ายจาก Marina Square food court นะเนี่ยย กินข้าวที่ระเบียง  

 

270710-193332.jpg picture by xxrainbowwxx

270710-191349.jpg picture by xxrainbowwxx

 

เพิ่งไปดู รถไฟฟ้ามาหานะเธอ BTS’ ที่โรงเนี่ยยย ทำให้อยากกลับไทยมากๆ โรงหนังที่ไปดูมาเล็กๆ แต่ก็มันนน จอใหญ่เต็มหน้าเลยย ป็อปคอร์นก็ถุงโต กินกะเพื่อนยังไม่หมด

 

คนสิงโปมันบ้า เป็นประเทศที่ขำง่ายที่สุดในโลก

 

นี่เป็น long weekend เลยนะเนี่ยย เพราะวันจันทร์นี้ เป็นวันชาติสิงโปร์ฉันจะลุยงานนน โฮะๆๆๆๆ เสร็จไปแล้วล่ะ งานนึงงง ทำเว็บไซท์ กับการวิเคราะห์ multimediaของfacebook และ twitter

Untitled-1.jpg picture by xxrainbowwxx 

เทอมนี้ วิชา น่าสนใจกว่าเทอมที่แล้วนะ มีวิชา introduction tomass comm. งานถูกใจมากกก เขียน  magazine โปรโมต โรงแรมม >< ฉันชอบเขียนนนนต้องไปสัมพาษณ์โรงแรมด้วยสิเนี่ยย ต๊ายยยย แต่เจ๋งงง ประสบการณ์จริงๆเลยย แถมโดนeditorว่าตั้งแต่ต้นละเฮ้อออ เรื่องมันยาวนะ โดนว่าเรื่องภาษาอังกฤษอย่างหนักก และอื่นๆ ฉันโมโหปนเศร้าเดินจ้ำ(บะ)กลับบ้านเลยเชียว  

อีกวิชา introduction to IT อันนี้สอนการใช้โปรแกรม Words, Excel,Powerpoint   ทำให้ใช้ได้อย่างมืออาชีพขึ้นมีอะไรหลายอย่างที่เราไม่รู้นะเนี่ยยย เกี่ยวกับโปรแกรมที่ฟังแลดูง่ายเหล่านี้

กลับมาพูดเรื่องภาษาอีกครั้งง ฉันจะสู้โว่ย! ภาษาอังกฤษอ่อนก็ต้องเสริม ฉันจะสุ้ม! ครูชอบว่าภาษาอังกฤษห่วย Lฉันก็มีความรู้สึกนะโว่ยTT^TT เห็นหัวเราะตลอดเวลา พูดใช้ภาษาบ้าๆ แต่ฉันก็เป็นคนนะ ปกติด้วยอารมณ์ครบทุกด้าน เสียใจก็เป็นนะหึ เล่าแล้ว ก็เล่าต่อเลยดีกว่า เรื่องสัมพาษณ์โรงแรมน่ะเรื่องมันมีอยู่ว่า เฮ้ออ ขี้เกียจเล่าละ แบบ คืออ ฉันใช้เวลาคิดคำถามไม่ใช่ง่ายๆเลยนะ researchทั้งวันต้องเปลี่ยนโรงแรม ก็ research ใหม่ แต่เขากลับเห็นว่าเราทำงาน lastminute ไม่อยากคิดเลยนะนเยย ว่าเขาเป็นแรงผลักดันให้ฉันนน แต่คิดไปแล้วและก็ไม่จะคิดละ ช่างเขาเถอะ พัฒนาภาษา และวิชา เพื่ออนาคตของเรา J และทำโดย inspirationใครจะว่าไงก็ช่างมีจุดยืนตรงนี้ที่ชัดเจน =D

จบข่าว!

 

ต่ออีกนิดดด backgroundฉันนน เด็กต่างชาติ ภาษาอังกฤษอ่อนๆ ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักกว่าจะเสร็จงานได้ทีละstep เคารพความเป็นคนหน่อยย(ไม่เห็นเกี่ยวเลยอันนี้55)

เอ้ออ result ของ last semester ออกแล้วว

Credit  - Fundamentalof marketing

Distinction- Editing desktop publisher

High distinction – Bussiness Communication!!!

เทอมนี้จะเอา 3 HDs !!!! hohohohohoohoooo    

 

 

 


edit @ 7 Aug 2010 07:59:41 by Rainboww

edit @ 7 Aug 2010 08:41:01 by Rainboww

edit @ 7 Aug 2010 08:42:28 by Rainboww