ขณะกำลังอาบน้ำที่บ้านที่แท้จริงของฉัน หลังจากเล่น facebook เป็นเวลา3ชั่วโมงกว่า อยู่ดีๆก็เกิด inspiration ในการอัพบล็อค จึงรีบเปิดแลปท็อปแล้วเริ่มพิมพ์ก่อนที่แรงบันดาลใจหาย และขี้เกียจ
ขณะนี้เวลา 1:22AM ของไทย(เริ่มง่วงแล้วสิ) จะมาเล่าทบทวนเกี่ยวกับชีวิตของฉันที่สิงคโปร์ช่วงเวลาห้าเดือนที่ผ่านมา มีหลายอย่างที่น่าประทับใจมาก และก็ฝึกการใช้ภาษาไปด้วยในตัว ต๊ายยยยยยย ที่ผ่านมาฉันเขียนบ้าอะไรของฉัน ขนาดภาษาไทยนะเนี่ย ไวยกรณ์ยังบ้าคลั่งได้ขนาดนี้ รวมถึงการใช้สำนวนแปลกๆ ด้วย ซึ่งยังคงใช้ต่อไป สาเหตุ
สาเหตุคืออะไรนะ ฉันก็ยังงงงวย หื๊มมมมมม น่ะคะ
โอเช เริ่มมมม
เทอมสองเป็นเทอมที่ฉันเรียนอย่างมีความสุขมาก และมากเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับเทอมแรก เพราะฉันรีบปั่นงานแต่ต้น ไม่ทิ้งให้ไฟลนก้นเหมือนอย่างเทอมก่อน และฉันก็เข้าใจวิธีการเรียน การทำassignmentมากขึ้น แต่ที่สำคัญที่สุด พระเจ้าช่วยฉัน พระองค์อยู่ด้วยเสมอ
ฉันมีทุกอย่างอยู่ในห้องเล็กๆที่อยู่ มีพระเจ้า มีของกิน มีน้ำดื่ม มีเพื่อนๆ และครอบครัว(ออนไลน์สิเธอ) มีเตียงนอน เพียงกดปุ่มรีโมต ก็จะสัมผัสอากาศสดชื่นดั่ง………..ดอยตุง ==’ มีเครื่องนุ่มห่ม ยาสามัญประจำบ้าน
ใช่ ฉันมีทุกอย่างอยู่ในห้อง แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันยังขาดอยู่ก็คือ .. ห้องน้ำ! การผ่อนคลายของฉัน นอกจากfacebook และเกรียนเพื่อนเล่นๆอยู่แต่ในห้อง(น่ะน้องรุ่ง) ก็คือการเดินออกไปห้องน้ำ เพื่ออาบน้ำ 9ล9 ทุกคนในบ้านจึงมองแล้วส่ายหน้าในใจให้กับเด็กหญิงไทยอายุ17ผู้ถือตระกร้าผ้าย่องไปมาระหว่างห้องน้ำและห้องนอน บางทีก็แอบเด็ดกล้วยมากิน
กลับมาสู่หมวดการเรียนต่อดีกว่า..
ฉันพบว่าสามวิชาที่เรียนในเทอมแรก ได้แก่ editing desktop publisher, marketing และก็ business communication สามารถนำมาใช้ได้กับassignmentวิชา introduction to masscomm.
งานชิ้นแรก ให้ศึกษาเกี่ยวกับโรงแรมใดก็ได้ในสิงค์โปร์ โดยค้นคว้าผ่านmediaต่างๆ รวมถึงต้องไปสัมภาษณ์โรงแรมนั้นด้วยตัวเอง แล้วนำมาเขียนเป็นบทความ สมมติว่าลงlife style magazine ฉันก็ถูกคอมเมนท์อย่างหนักเรื่องการใช้ภาษา ประมาณแบบ นี่เธอเขียนบทความนะยะ ไม่ใช่นิยาย ทำให้ฉันสบสนในตัวเองอยู่ชั่วขณะหนึ่งว่า นี่ฉันเลือกเรียนถูกสายปะวะ สงสัยต้องไปเรียน วรรณกรรมเยาวชน ของ มศว แล้วมั้งงง ฮ่าๆๆ
งานชิ้นที่สอง โตกว่า คิดหนักกว่า จนผมร่วงเป็นกองๆ ต้องกวาดห้องทุกสี่ถึงห้าชั่วโมง
งานนี้ ให้เขียนเสนอแผนในการโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวใดก็ได้ในสิงค์โปร์ โดยจะใช้strategiesใดก็ได้ ต้องบอกสาเหตุด้วย และคำนวณค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้
จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้อะไรซับซ้อนขนาดนั้น แต่ฉันน่ะคิดมากเอง คิดเป็นจริงเป็นจัง โทรคุยกะเพื่อน ฉันคิดมากไปแน่ๆ เขาก็บอก yes, you do ==’
โทษโจทย์ดีกว่า โจทย์มันทำให้งง โจทย์เวอร์ ฉันก็เลยคิดเวอร์ตาม แต่ฉันก็รู้สึกว่า งานชิ้นนี้เป็นงานที่ภูมิใจที่สุด เพราะใช้ความสร้างสรรค์ล้วนๆ :]
เลือกattraction ที่ยังไม่ดัง และช่วยให้มันดังขึ้นน ฉันก็เลือก Tree Top Walk ของ Mac Ritchie และฉันก็ไปที่นั่นจริงๆด้วย เพื่อให้ได้สัมผัสด้วยตนเอง และสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน
(ภาพค้นจากgoogle เน็ตช้ามาก ยังโหลดที่ตัวเองถ่ายมิได้)
เป็นงานที่เรียกได้ว่า เมื่อยตีนและเหม็นมาก เนื่องจากหลงตั้งแต่หาป้ายรถเมล์จากcampusที่ใหม่ไม่เจอ ลงเลยป้าย แล้วต้องเป็นลงเนินกลับมา ฝนตกหนัก และ ระยะทางเดินจากMacRitchie ไป Tree Top Walk 4.5 km >< และเดินกลับทางเดิมด้วย เนื่องจากเป็นทางที่ใกล้ที่สุด มีเรื่องแบบโลกแห่งความประหลาดเกิดขึ้นคือ ขณะเดินๆกลับอยู่ ก็โผล่ออกมาถนน ==’ หาทางกลับ park ไม่ได้ ไม่มีเค้าโครงเดิมของทางเข้า ฉันจึงเดินงงๆ ไปที่ป้ายรถบัส แล้วนั่งเพียงครึ่งชั่วโมงถึงบ้าน หลังจากได้เดินป่าเป็นเวลา 5 ชั่วโมง O_O
[บันทึกต่อ เย็นวันถัดมา.. เวลา18นาฬิกา]
ฉันใช้ positioning strategy(การวางภาพทางการตลาด) เป็นหลักเลย positionเป็นสถานที่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวสัมผัสได้ถึงวันแรกที่เกาะSingapuraถูกค้นพบ เป็นสถานที่พักผ่อนย่อนใจ และเป็นที่ผจญภัยพร้อมกับศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่า
Imageดังกล่าว จะทำให้เป็นที่คุ้นเคย ได้จากการโฆษณาเกี่ยวกับeventที่จะจัดที่MacRitchieในปีใหม่ที่จะถึงนี้ สาเหตุที่เลือกจัดช่วงปีใหม่ เพราะนักท่องเที่ยวจากต่างชาติมาสิงค์โปร์เยอะในช่วงวันหยุด
Concept of the advertisement ก็คือ “Let nature give you a fresh start” (credit การเลือกใช้ถ้อยคำ+editer ให้แก่LonelyFairy mix Thai&Singaporean 55) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวชุ้มช่ำสดชื่นกับการเริ่มต้นใหม่ในปีใหม่ อีกทั้งสะท้อนถึงนัยแฝงของการre-positioning ของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้
กิจกรรมในงาน มีช่วงเช้าคือ เดินชิว ศึกษาป่า โดยมีวิทยากรบรรยาย ช่วงบ่ายกิจกรรมผจญภัยแบบ amazing race
ที่นี้มาดูแผนการโฆษณาคร่าวๆ
แน่นอน website facebook twitter ต้องพร้อมเป็นอันดับต้น เพื่อกระจายข่าวเรื่องงานที่จะเกิดขึ้น
สื่อต่อๆมาก็เป็น โปสเตอร์ขนาดโตเวอร์ๆ ดึงดูดด้วยดีไซน์ตามคอนเซปของาน ใบปลิวที่แจกคู่กับโปสการ์ด เป็นเวลา1 สัปดาห์ สื่อต่อมาคือ โฆษณาทีวี เป็นกระสุนสุดท้าย สามวันก่อนงานจะเริ่มขึ้น
ฉากแรกของโฆษณาเป็นภาพของสิงค์โปร์ในปัจจุบัน ที่แบบเจริญและไฮเทคมาก เมืองแห่งธุรกิจ การแข่งขันสูง และก็ให้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวดังๆในสิงค์โปร์ด้วย(แอบเสียดสีเล็กๆ ฮ่าๆ) แล้วก็ย้อนหนัง (จินตนาการรถขับถอยหลัง ตึกค่อยๆหาย) จนถึงภาพเกาะสิงค์โปร์แต่ก่อน ที่มีแต่ป่าไม้
ฉากต่อมา เป็นภาพคนเริ่มวิ่งที่ MacRitchie และตัดภาพมาเป็น ส่วนต่างๆของMacRitchie และก็พวกลิงๆ ฉากสุดท้ายคือ The Tree Top Walk แล้วค่อยซูมออก จะพบว่าMacRitchieเป็นส่วนหนึ่งในสิงค์โปร์ที่ยังเขียวชอุ่มเหมือนวันแรกที่สิงค์โปร์ถูกค้นพบ
ตามด้วยข้อความ
“Let nature give you a fresh start”
“The Tree Top Walk”
“MacRitchie”
“1 January 2011 – 2 January 2011”
แล้วหลังจากeventจบลง ยังใช้นิตยสารท่องเที่ยว เป็นสื่อ เพื่อบันทึกเกี่ยวกับงานไว้ในความทรงจำของนักท่องเที่ยวตลอดไป อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการinspire บางคนที่ไม่เคยไป ให้ลองสัมผัสด้วยตนเองซักครั้งง
จบ! นั่งพิมพ์จนเมื่อยก้นแหนะ
อ้อ output ตัวหนึ่งที่ทำออกมาคือ postcard หน้าตาธรรมด๊าๆ
ในที่สุด assignments ทุกตัวก็เสร็จหมด ความคิดพลุ่งกระชูด และเสร็จเร็วกว่าคาดเยอะ ทำให้รู้เลยว่า โดยฉันลำพังเองทำไม่ได้ แต่พระเจ้าช่วยฉันจริงๆ ดูธรรมชาติป่าไม้และลิงบุคลิกประหลาดๆ พระองค์creativeและสติปัญญาล้ำเลิศ พระเจ้าก็ช่วยงานฉันให้มีสีสันได้เช่นกัน ฉันมีความสุขที่รู้ว่า ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงเลย
ฉันเชื่อว่าชีวิตปีที่สองในcampusที่ใหม่ จะสนุกยิ่งกว่าเดิม งานเพียบบบบบ และยากขึ้น มีสอบด้วยยย ว้ายยย เป็นสิ่งที่น่าท้าทาย แต่ไม่ลืม :]
"This is impossible for human beings but not for God: everything is possible for God." Mark 10:27
เพลงมาฝากนะเคอะ Nothing is impossible โดย Planetshakers อันนี้เวอร์ชั่น City Harvest
edit @ 27 Sep 2010 20:55:05 by Rainboww